จัดทำบทความโดย นางสาวสุพรรษา เย็นอุระ
เลขทะเบียน 48210397มู ดี้ส์ อินเวสเตอร์เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้และเงินฝากสกุลต่างประเทศของ ธนาคารไทย 8 แห่งเป็น “เชิงลบ” จากเดิมที่มีเสถียรภาพ หลังจากมูดี้ส์ได้ปรับแนวโน้มเพดานอันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทที่ A3 เพดานเงินสกุลเงินต่างประเทศที่ Baa1 และอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้สกุลเงินบาท และสกุลเงินต่างประเทศของรัฐบาลไทยที่ Baa1 เป็น “เชิงลบ”
ทั้งนี้ ธนาคารทั้ง 8 แห่งที่มูดี้ส์จ่อปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือสู่เชิงลบได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) และธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ อย่างไรก็ตาม อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ 8 ธนาคาร ดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ ขณะที่อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารนครหลวงไทย และธนาคารทหารไทยก็ไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ทั้งนี้ มูดี้ส์คาดว่าจะสรุปผลการคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า
นาย ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การปรับลดเครดิตเรตติ้งของมูดี้ส์จะมีผลต่อการไประดมเงินในต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เพราะจะต้องถูกบวกความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ขณะนี้เชื่อว่าไม่มีผลกระทบเนื่องจากภาคเอกชนไทยไม่ได้ออกไประดมเงินใน ต่างประเทศ ส่วนความเชื่อมั่นระหว่างธนาคารไทยและสถาบันการเงินต่างประเทศ กรณีเปิดแอล/ซี เพื่อส่งออกและนำเข้าสินค้า ถ้าปรับลดเครดิตลงเพียงขั้นเดียวไม่น่าจะมีปัญหา แต่หากถูกปรับลดเครดิตลงไปมากเชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นได้
นาย ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานสภาหอการค้าไทย กล่าวว่า ได้เตรียมนำเรื่องการยุติการปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนของธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ได้มีโครงการช่วยเหลือทางการเงินให้กับผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และผู้ประกอบการ จ.สงขลา ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี รวมทั้งโครงการการให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนกับผู้ประกอบการวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เข้าหารือในคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อหาทางออกในเรื่องดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถหาคำตอบที่คลี่คลายและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับภาคเอกชนใน 3 จังหวัดภาคใต้และเอสเอ็มอีได้อย่างแน่นอน
ผู้ สื่อข่าวรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในเรื่องนี้ว่า การยุติการให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนของ ธปท.นั้น เป็นไปตามข้อกฎหมาย พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 ซึ่งได้ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความในเรื่องนี้แล้ว ซึ่งกฤษฎีกาตีความให้ว่า การจะให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนได้ก็ต่อเมื่อทำเพื่อดูแลเสถียรภาพของ ระบบการเงินเท่านั้น แต่ไม่ได้ตีความว่า สามารถทำเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมได้หรือไม่
นาย ชาญชัย บุญฤทธิ์ไชยศรี ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายและคดี ธปท. กล่าวว่า ในกรณีดังกล่าวนี้คณะกรรมการ ธปท.ซึ่งประกอบด้วยนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านได้ตีความแล้วว่า การให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนของ ธปท.จะทำต่อไม่ได้ เพราะการช่วยเหลือรักษาเสถียรภาพการเงินคือ การดูแลสภาพคล่องสถาบันการเงินให้มีเพียงพอในการปล่อยสินเชื่อให้กับภาค เศรษฐกิจจริงได้ แต่คงไม่สามารถไปบังคับว่าสภาพคล่องที่ ธปท.ปล่อยออกไปต้องให้สินเชื่อกับภาคธุรกิจใดและหากพิจารณาในต่างประเทศ การอัดฉีดสภาพคล่องโดยตรงให้กับภาคเศรษฐกิจจริงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ อย่างไรก็ตาม หากกระทรวงการคลัง และภาคเอกชนเห็นตรงกันว่า ธปท.ควรจะปล่อยสินเชื่อผ่อนปรนต่อไป อาจจะทำได้โดยให้กู้กับกระทรวงการคลังผ่านการรับซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือแก้ พ.ร.บ.ธปท.เพื่อให้ ธปท.สามารถดำเนินการให้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปได้
ที่มา : http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=114100
คำถามท้ายเรื่อง
1. มู ดี้ส์ อินเวสเตอร์เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้และเงินฝากสกุลต่างประเทศของ ธนาคารไทย 8 แห่งเป็นอย่างไร
2. นาย ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การปรับลดเครดิตเรตติ้งของมูดี้ส์จะมีผลต่อการไประดมเงินในต่างประเทศซึ่งส่งผลให้เป็นเช่นไีร เพราะเหตุใด
3. นักเศรษฐศาสตร์หลายท่านได้ตีความแล้วว่า การให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนของ ธปท.จะทำต่อไม่ได้ เพราะเหตุใด
5 ความคิดเห็น:
ตอบคำถาม
1.เป็น “เชิงลบ” จากเดิมที่มีเสถียรภาพ
2.จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เพราะจะต้องถูกบวกความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ขณะนี้เชื่อว่าไม่มีผลกระทบเนื่องจากภาคเอกชนไทยไม่ได้ออกไประดมเงินใน ต่างประเทศ
3.เพราะการช่วยเหลือรักษาเสถียรภาพการเงินคือ การดูแลสภาพคล่องสถาบันการเงินให้มีเพียงพอในการปล่อยสินเชื่อให้กับภาค เศรษฐกิจจริงได้ แต่คงไม่สามารถไปบังคับว่าสภาพคล่องที่ ธปท.ปล่อยออกไปต้องให้สินเชื่อกับภาคธุรกิจใดและหากพิจารณาในต่างประเทศ การอัดฉีดสภาพคล่องโดยตรงให้กับภาคเศรษฐกิจจริงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ
นายพีรวัฒน์ ผ่องพัฒน์
เลขทะเบียน 4901100055
1.เป็น “เชิงลบ” จากเดิมที่มีเสถียรภาพ
2.จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เพราะจะต้องถูกบวกความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ขณะนี้เชื่อว่าไม่มีผลกระทบเนื่องจากภาคเอกชนไทยไม่ได้ออกไประดมเงินใน ต่างประเทศ
3.เพราะการช่วยเหลือรักษาเสถียรภาพการเงินคือ การดูแลสภาพคล่องสถาบันการเงินให้มีเพียงพอในการปล่อยสินเชื่อให้กับภาค เศรษฐกิจจริงได้ แต่คงไม่สามารถไปบังคับว่าสภาพคล่องที่ ธปท.ปล่อยออกไปต้องให้สินเชื่อกับภาคธุรกิจใดและหากพิจารณาในต่างประเทศ การอัดฉีดสภาพคล่องโดยตรงให้กับภาคเศรษฐกิจจริงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ
นาย อภินันท์ เกียรติจานนท์
เลขทะเบียน4901100116
1.เป็น “เชิงลบ” จากเดิมที่มีเสถียรภาพ
2.จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เพราะจะต้องถูกบวกความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ขณะนี้เชื่อว่าไม่มีผลกระทบเนื่องจากภาคเอกชนไทยไม่ได้ออกไประดมเงินใน ต่างประเทศ
3.เพราะการช่วยเหลือรักษาเสถียรภาพการเงินคือ การดูแลสภาพคล่องสถาบันการเงินให้มีเพียงพอในการปล่อยสินเชื่อให้กับภาค เศรษฐกิจจริงได้ แต่คงไม่สามารถไปบังคับว่าสภาพคล่องที่ ธปท.ปล่อยออกไปต้องให้สินเชื่อกับภาคธุรกิจใดและหากพิจารณาในต่างประเทศ การอัดฉีดสภาพคล่องโดยตรงให้กับภาคเศรษฐกิจจริงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ
นางสาวพ้ชราภรณ์ ตั้งมนัสสุขุม
เลขทะเบียน 48210375
แสดงความคิดเห็น