เทิดพระเกียรติ
I made this video playlist at myflashfetish.com
วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551
จีดีพีไตรมาส 4 ติดลบเป็นครั้งแรก เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และผลกระทบจากการปิดสนามบิน
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 51 ใหม่ ว่าจะขยายตัวเพียง 3% จากเดิมที่คาดไว้ 5.1% เนื่องจากไตรมาส 4 นี้จีดีพีติดลบ 2-3% จาก การใช้จ่ายภายในประเทศฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม ขณะที่การส่งออกสินค้าและบริการมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมมาก ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและการปิดสนามบิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าและนักท่องเที่ยวในช่วงท้ายปี คาดว่าไตรมาสแรกปีหน้าจีดีพียังติดลบอยู่ ส่งผลให้เศรษฐกิจถดถอย และทั้งปี 52 จีดีพีจะขยายตัวเพียง 1% เท่านั้น
ภาวะเศรษฐกิจเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาชะลอตัวอย่างรุนแรง และต่อเนื่องจากเดือน ต.ค. ทั้งด้านการส่งออกที่ติดลบ 18% จากการปิดสนามบิน และสัญญาณการบริโภคที่น่าเป็นห่วง จากการที่ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ติดลบ 4% รวมถึงการลงทุนที่ติดลบ 6.4% ส่งผลให้ไตรมาส 4 จีดีพีน่าจะติดลบ 2-3% นับเป็นการติดลบครั้งแรกของ ปี ชี้ชัดว่าเศรษฐกิจตกหลุมลึกจริง โดยเฉพาะการบริโภคที่ติดลบนั้นเริ่มน่ากลัว ส่วนเดือน ธ.ค.ก็น่าจะเป็นไปในทำนองเดียวกัน
ส่วนเงินเฟ้อทั้งปีนี้ น่าจะลดลงมาอยู่ ที่ 5.6% จากราคาน้ำมันที่ลดลงเร็วมาก ขณะที่การส่งออกทั้งปีน่าจะยังขยายตัวที่ 19.7% แต่จากการนำเข้าที่สูงขึ้น ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดน่าจะขาดดุล 1.5% ของจีดีพี และยอมรับว่าการขาดดุล ทั้งดุลบัญชีเดินสะพัดและดุลการคลังนั้น ถือว่าอันตราย เพราะอาจเหมือนสหรัฐ แต่ของไทยยังไม่รุนแรงเท่า จึงต้องจับตาดูดุลบัญชีปีหน้าอย่างใกล้ชิด โดยหากขาดดุล 2-3% ถือว่าน่ากลัว ดังนั้นต้องขึ้นอยู่กับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนที่ต้อง บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและนโยบายการเงินการคลัง ต้องไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่อไป
ทั้งนี้คาดว่า หลังจากไตรมาส 2 ของปี 52 เป็นต้นไป จีดีพีน่าจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้เฉลี่ยที่ 1% โดยมีช่วงที่ 0-2% และการที่จะทำให้ทั้งปีโต ถึง 2% ได้นั้น หมายความว่ารัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังอย่างต่อเนื่อง และต้องเกิดประสิทธิภาพเต็มที่ทุกโครงการ
นายสมชัย กล่าวว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลังได้สั่งการให้ สศค.หาช่องทาง อัดฉีดเงินเข้าระบบเพิ่มเติม และเห็นว่ายังมีอีกหลายช่องทางที่ทำได้รวมเป็นเงินเกือบ 4 แสนล้านบาท นอกจากการขาดดุลเพิ่ม 1 แสนล้านแล้ว ยังมีส่วนที่ค้ำประกันเงินกู้ให้รัฐวิสาหกิจอีก 1 แสนล้านบาท การกู้ตรงจากต่างประเทศยังมีช่องอีก 140,000 ล้านบาท และการกู้มาปล่อยต่อให้รัฐวิสาหกิจอีก 50,000 ล้านบาท
นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุ โสฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจปี 52 จะขยายตัวต่อเนื่องหรือไม่ต้องรอดูการแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ หากมีการเบิกจ่ายงบประมาณและเป็นไปตามเป้าหมายจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก โดยเห็นว่าการเมืองในประเทศที่ชัดเจน จะช่วยดึงความเชื่อมั่นและทำให้บรรยากาศภายในประเทศดีขึ้น แต่ต้องดูปัจจัยภายนอกด้วย
ที่มา: http://www.prachatai.com/05web/th/home/14994
คำถาม
1.บอกเหตุผลว่าทำไมจีดีพีไตรมาส 4 ถึงติดลบเป็นครั้งแรก
2.เงินเฟ้อ หมายความว่าอย่างไร
3.เศรษฐกิจปี 52 จะขยายตัวต่อเนื่องหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับใคร อย่างไร
วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551
ธปท.ชี้ปรับลดดอกเบี้ยลงร้อยละ 1 หนุนให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ฝ่ายเสถียรภาพสถาบันการเงิน (ธปท.) กล่าวว่า หลัง จากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงถึงร้อยละ 1 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้ระบบธนาคารพาณิชย์ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตามนั้น
ประเมินว่าส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยใน 4 ช่องทาง คือ
- ช่วยให้อุปสงค์ในประเทศทั้งด้านการลงทุนภาคธุรกิจ และการบริโภคของประชาชน ส่งผลให้ความต้องการด้านสินเชื่อเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนหรืออัตราดอกเบี้ยลดลง
- ตลาดเงินมีสภาพคล่องสูงขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสภาพคล่องในประเทศและการขยายตัวของสินเชื่อ
- ช่วยลดภาระการชำระหนี้ของผู้กู้ และ
- ช่วยป้องกันและบรรเทาปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าลงได้ ซึ่งประโยชน์ทั้งหมดจะเป็นผลดีทั้งต่อเศรษฐกิจและธนาคารพาณิชย์
สำหรับในอนาคต ธนาคารพาณิชย์จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับวัฏจักรของดอกเบี้ยในประเทศ ส่วนที่ธนาคารพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากไม่เท่ากันนั้น ธปท.ก็ดูอยู่ และมีการให้ความเห็นบ้าง แต่มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องกังวลมาก เพราะการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากมากกว่าอัตราดอกเบี้ยกู้ยืม เนื่องจากก่อนที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากจะเข้ามีผลจริง ๆ ก็ต้องรอให้เงินฝากครบกำหนด ซึ่งช่วงนี้อาจจะเป็นแรงกดดันต่อธนาคารพาณิชย์พอสมควร
นายบัณฑิต กล่าวต่อว่า ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ให้ความสำคัญและติดตามตัวเลขการผิดนัดชำระหนี้ของผู้กู้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากขณะนี้เริ่มเห็นว่ามีอัตราที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนของสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และอุปโภคบริโภค เนื่องจากมีสัญญาณการผิดนัดการชำระหนี้ 3 เดือนติดต่อกัน ส่วนภาพรวมของธนาคารพาณิชย์ปี 2552 ธปท.จะหารือกับผู้บริหารของธนาคารพาณิชย์ในช่วงปลายปีนี้ และต้นปีหน้าอีกครั้ง ทั้งเรื่องของแผนการดำเนินธุรกิจและความเสี่ยง เพื่อตั้งรับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ส่วนกรณีที่สถาบันการจัดเครดิตไม่ว่าจะเป็น สแตน ดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (เอสแอนด์พี) ฟิทซ์ เรตติ้งส์ และ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ประกาศปรับลดมุมมองความน่าเชื่อถือต่อเศรษฐกิจไทยลงจากเสถียรภาพเป็นติด ลบ และส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของธนาคารไทยด้วย เพราะเป็นผลจากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ไทยต่อไปนั้น มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลต่อการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ไทย เนื่องจากปัจจุบันสถาบันการเงินไทยมีความมั่นคงสูง โดยมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) สูงถึงร้อยละ 15.7 ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีการหักสำรอง 9 เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ร้อยละ 3.3
คำถามท้ายบท
1.ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้มีดารประเมินว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในทางใดบ้าง?
2.สถาบันการจัดเครดิตมีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร และเพราะเหตุใด?
3.ปัจจุบันสถาบันการเงินไทยมีความมั่นคงสูง โดยมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงร้อยละเท่าไร?
วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2551
หอการค้าต่างชาติขู่หนีประเทศไทย
นายนันดอร์ จีวอนเดอร์ลูเอ ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย เปิดเผยภายหลังหารือกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า หอการค้าฯต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งสร้างเสถียรภาพทางการเมืองและลดปัญหาความขัดแย้งของคนในสังคมเพื่อร่วมกันหาแนวทางรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจที่ลุกลามทั่วโลกจะดีกว่า เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติยังสนใจเศรษฐกิจไทยเพราะมีพื้นฐานดี ดังนั้น นายกรัฐมนตรีต้องสร้างภาพพจน์แก่ประเทศใหม่เพื่อลบล้างภาพข่าวที่ออกสู่สาธารณชนทั่วโลกของการเมืองไทยและการปิดสนามบินจนนักลงทุนตื่นตระหนก
“นักลงทุนต่างชาติไม่เลือกข้างว่าพรรคการเมืองใดจะมาเป็นรัฐบาล ใครจะเป็นนายกฯคนใหม่ แต่ ที่ต้องการคือให้นายกฯคนใหม่สร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้คืนสู่ประเทศไทยโดยเร็ว เพราะยอมรับว่า 2-3 เดือน ที่ผ่านมา การเมืองเป็นปัญหาที่ขัดขวางการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย ซึ่งเชื่อว่าปัญหาภายในประเทศคงแก้ไขได้ง่ายกว่านอกประเทศ หากแก้ไม่ได้ก็คงไม่มีใครกล้าเข้ามาลงทุนในไทยอีกต่อไป”
นอกจากนี้ กรณีการปิดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ มองว่าเป็นเรื่องเหลวไหลที่สุดเพราะไม่ได้เลวร้ายใดๆมากนักในสายตาของหอการค้าฯ เพราะสิ่งเหล่านี้นักลงทุนเข้าใจดี แต่คนที่เห็นจากสื่อต่างๆที่กระจายไปทั่วโลกคงยากจะเชื่อว่าไม่ได้เลวร้ายเหมือนคนที่พบเห็นด้วยตัวเอง ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับฝีมือรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะเร่งชี้แจงการปิดสนามบินได้อย่างไร และมีมาตรการใดมายืนยันว่าจะไม่มีการปิดสนามบินเกิดขึ้นอีกในอนาคต
ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า เตรียมหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรฯ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่ลงทุนในไทย เบื้องต้นเน้นการให้สิทธิประโยชน์พิเศษทางภาษีเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ประสบปัญหาหนักหลังการปิดสนามบิน ขณะเดียวกัน ต้นปีหน้าจะเร่งโรดโชว์ต่างประเทศเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน โดยบีโอไอกำลังพิจารณามาตรการใหม่ในการดึงดูด เนื่องจากยอมรับว่านักลงทุนบางส่วนยังกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย เบื้องต้นจะให้ความสำคัญนักลงทุนจากญี่ปุ่น ยุโรป สหรัฐฯ ไต้หวัน จีน ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และอินเดีย ซึ่งกลุ่มนี้นำโครงการขนาดใหญ่เข้ามาหารือกับบีโอไอทุกสัปดาห์ สำหรับในปี 52 บีโอไอตั้งเป้าการขอรับการส่งเสริมการลงทุน 650,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีนี้เล็กน้อย
ที่มา : http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=114997
คำถามท้ายเรื่อง
1. เหตุใดทางหอการค้จึงต้องเร่งสร้างเสถียรภาพทางการเมือง
2. ทำไมกรณีการปิดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ถึงถูกมองว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้เลวร้าย
3. นางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล ได้เตรียมหารือเรื่องแนวทางช่วยเหลือนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่ลงทุนในไทย เบื้องต้นอย่างไร
วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2551
จ่อปรับลดเครดิต 8 แบงก์ไทย! ถึงคิว“มูดี้ส์”หวด ซ้ำหลังเผชิญวิบากกรรมเศรษฐกิจ
เลขทะเบียน 48210397
มู ดี้ส์ อินเวสเตอร์เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้และเงินฝากสกุลต่างประเทศของ ธนาคารไทย 8 แห่งเป็น “เชิงลบ” จากเดิมที่มีเสถียรภาพ หลังจากมูดี้ส์ได้ปรับแนวโน้มเพดานอันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทที่ A3 เพดานเงินสกุลเงินต่างประเทศที่ Baa1 และอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้สกุลเงินบาท และสกุลเงินต่างประเทศของรัฐบาลไทยที่ Baa1 เป็น “เชิงลบ”
ที่มา : http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=114100
คำถามท้ายเรื่อง
1. มู ดี้ส์ อินเวสเตอร์เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้และเงินฝากสกุลต่างประเทศของ ธนาคารไทย 8 แห่งเป็นอย่างไร2. นาย ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การปรับลดเครดิตเรตติ้งของมูดี้ส์จะมีผลต่อการไประดมเงินในต่างประเทศซึ่งส่งผลให้เป็นเช่นไีร เพราะเหตุใด
3. นักเศรษฐศาสตร์หลายท่านได้ตีความแล้วว่า การให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนของ ธปท.จะทำต่อไม่ได้ เพราะเหตุใด